...ผ่านไปแล้วกับโปรเจคกลางภาค
เริ่มต้นใหม่กับไฟนอลโปรเจค...

กับโจทย์ "สเปซสำหรับเสพงานศิลปะ"

ถึงจะยังไม่ใช่วันรับโจทย์อย่างเป็นทางการ
แต่เราก็รู้โจทย์กันล่วงหน้าแล้ว
เมื่อวานจึงเป็นวันที่เราตะลุยดู "พื้นที่เสพงานศิลปะ"
ตลอดสองข้างทางริมแม่น้ำปิงกับเพื่อนจากกรุงเทพ
(ที่ได้โอกาสเหมาะเพราะมันมาเยี่ยมเราและอยากดูงานอาร์ทพอดี)
เราเดินเข้าออกแกลเลอรี่กันเป็นว่าเล่น
รวมแล้วภายในไม่กี่ชั่วโมง
แกลเลอรี่ที่เราเข้าไปดูนั้นมีถึง 7 แห่งด้วยกัน
บ้างก็ประทับใจน้อยจนจำชื่อแกลเลอรรี่ไม่ได้
บ้างก็ประทับใจมากถึงขั้นพูดคุยกับเจ้าของแกลเลอรรี่
จนสนิทสนม

อ่อ ลืมบอกไปว่าทริปครั้งนี้เราเดินทางกันด้วย รถแดง
รถสาธารณะของเชียงใหม่ และเราไม่พกกล้องถ่ายรูปไป
ซึ่งข้อดีของมันคือ เราจะตั้งใจ 'เสพ' งานศิลปะอย่างจริงจัง
มากกว่าการมีกล้องถ่ายรูปอยู่กับตัว

และนี่คือเหล่าแกลเลอรรี่ที่เราประทับใจมาก ;)

116 ART GALLERY
ข้ามสะพานนวรัฐแล้วตรงมาเลย อยู่ทางขวามือ
เป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานจิตกรรมต่างๆ
มีนิทรรศการโชว์ของศิลปินมาแสดงอยู่เรื่อยๆ
พี่ที่นี่ก็ใจดี ให้ความรู้ได้ดีมากเลย;)

 

Lan La Moon Gallery
เลียบน้ำปิง ข้ามสะพานนวรัฐแล้วเลี้ยวซ้าย
ตรงมาเรื่อยๆจนเห็นวัดเกต เลยไปอีกนิดก็จะเจอ
แกลเลอรี่อยู่ทางขวามือ
เจ้าของแกลเลอรี่ชื่อพี่ป๊อป น่ารักมากๆ
จบมาจากรังสิต ไปคุยกันอยู่นานเลย
พี่เค้าทำงานจิตกรรมแนวพอร์ตเทจ
แล้วก็ถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก

ภายในแกลเลอรี่ยังมีงานของศิลปินท่านอื่นมาฝากขาย
แต่ที่แตะตาเราที่สุดก็คือ ผลงานจิตกรรมแนวแอบสแตรก
ทีใช้เทคนิค Enamel on Canvas



ขอบคุณรูปจาก
http://tarjung.multiply.com/photos/album/15/Review_Lan_La_Moon_Gallery#3

 

La Luna Gallery
เลย La Lan Moon ไปประมาณสี่ห้าตึกแถว
เป็นแกลเลอรี่ที่ใหญ่พอสมควร มีสองชั้น
มีทั้งงานจิตกรรมและประติมากรรม
มีงานของพี่ๆคณะวิจิตรศิลป์มาโชว์อยู่ด้วย

http://www.lalunagallery.com

เว็ปไซด์เด็กถาปัด

posted on 23 Jul 2009 22:15 by kamplew  in ARCHITECTURAL

วันนี้เป็นวันดีที่ส่งงานตัวคณะทั้งสองวิชาอันได้แก่ สตูดิโอ
และ Structure เรียบร้อยแล้ว
จึงมีเวลาว่าง (อันน้อยนิด) มาอัพบล็อค
เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเราคงต้องสละเวลาทุกอย่างให้กับ
การนอนอย่างเต็มที่ที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ทำ

วันนี้นึกอยากรวบรวมบล็อคเจ๋งๆของคนวงการสถาปัตย์มาให้ทุกคนได้
เก็บบันทึกใส่คลังสมอง เอาไว้เวลาเกิดอาการสมองตีบตัน
ก็ขุดคุ้ยบันทึกหน้านี้ขึ้นมาอ่าน

งั้นเราไปเริ่มกันเลย!

Arch Daily
http://www.archdaily.com
เดลี่ จริงๆ เพราะมีการอัพเดทไอเดียใหม่ๆ
สถาปัตยกรรมใหม่ๆสดๆทุกวัน
และงานเกือบทุกชิ้นในเว็ปก็เจ๋งๆทั้งนั้นเลย!


Wallpaper
http://www.wallpaper.com
นอกจากแม็กกาซีนจะเก๋และโมเดิร์นสุดๆแล้ว
เว็ปไซด์ก็ยังอัพเดทเรื่องราวต่างๆ
เกี่ยวกับไลฟสไตล์สมัยใหม่ที่อินเทรนด์อย่างแรง
รวมถึงงานด้านสถาปัตยกรรมด้วย


2009-07-15-3.jpg
http://www.iaacblog.com
เป็นเว็ปบล็อคที่น่าสนใจมากๆ
และเราก็เพิ่งค้นพบได้ไม่นานมานี้เอง
บล็อคนี้เป็นเหมือนบล็อคอัพเดทข่าวคราวการทำงาน
work shop, research, case study ของนักศึกษาใน
Institute for Advanced Architecture of Catalonia
ซึ่งแต่ละโปรเจคนั้นน่าสนใจมากมาก
ต้องลองอ่านดูเท่านั้น อันนี้พลาดไม่ได้!!!!!



http://www.big.dk
Bjarke Ingels Group เป็นกลุ่มการรวมตัวของเหล่าสถาปนิก
นักคิด และดีไซเนอร์เจ๋งๆ ผลิตงานและโปรเจ็คต่างๆคูลๆ
ออกมามากมาย  เว็ปไซต์ของเค้าก็เท่ห์จริงๆ กราฟฟิคกระฉูด
เปิดมาปุ๊ปจะรู้สึกถึงไอเดียที่พุ่งปรี๊ดเข้าสู่สมองเกิดแรงบันดาลใจ
ในการสร้างสรรค์งานอาร์ทต่อไป... ไม่เชื่อเหรอ คลิกเลย!!




http://www.i-mad.com/?
Beijing-based design 
เป็นกลุ่มดีไซน์ที่ผลิต
ผลงานที่น่าสนใจ และเรียกได้ว่าเป็นดีไซน์แบบ
Post Modern ที่ล้ำสุดสุด




http://archrecord.construction.com

การบันทึก รวบรวม งานสถาปัตยกรรมต่างๆ
เปรียบสเมือน Portfolio ทางสถาปัตยกรรม


http://www.metropolismag.com/cda
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวของ
วงการสถาปัตยกรรมในมหานคร





http://www.framemag.com
เป็นแม็กกาซีนที่สุดยอดแห่งการตกแต่งภายใน
การดีไซน์โปรดักต่างๆ การจัดดิสเพย์เก๋ๆ
เหมาะมากสำหรับการออกแบบสเปซภายในที่มีสไตล์


สถาปนิก=นักประพันธ์

posted on 21 Jul 2009 23:58 by kamplew  in TectAdvice

การที่จะเป็นสถาปนิกที่ดีนั้น
เราต้องเป็นนักประพันธ์ที่ดีด้วย

เหล่าว่าที่สถาปนิกน้อยจงจำคำนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ
"ยัดคอนเส็ปเท่านั้นที่ครองสตู2"

สัปดาห์แห่งการโปรดักงานโปรเจคมาถึงแล้ว
ตอนนี้สถานการณ์ของโปรเจคเราอยู่ในขั้นร้อนรนมากถึงมากที่สุด
แบบยังไม่เคลียร์ เครียดจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว
เลยต้องมานั่งระบายความเครียดและตั้งสมาธิโดยใช้
สิ่งที่เราเรียกว่า การเขียนบำบัด

ก่อนอื่นเราขอตั้งสติและให้กำลังใจตัวเอง
อย่างน้อยงานเราก็มีคอนเส็ปหลักแล้ว
คอนเส็ปที่แน่นเอี๊ยดไปด้วยข้อมูลและรีเสิร์จมากมายที่เรา
เพียรพยายามหามาเกือบทั้งอาทิตย์
ถึงฟอร์มโมเดลหลักจะยังไม่เคลียร์ แต่ก็เริ่มเป็นรุปเป็นร่าง
มากขึ้นแล้ววววว อาจารย์บอกเสมอว่า เราเป็นคนคิดเยอะ
และชอบทำอะไรยากๆ ใช่! จริงเลย!
เราว่ามันท้าทาย และได้อะไรมากกว่าการทำอะไรง่ายๆ
แบบที่เพื่อนบางคนทำอยู่
ดังนั้นเราต้อง สู้มากกว่าคนอื่นอีกเท่าตัว!!
เหลือเวลาอีกห้าวัน สบายๆ

ต่อมาคือการวางแผนการทำงานคร่าวๆ
วันพุธ (พรุ่งนี้) โมเดลจะได้แบบแบบชัวร์ๆ แป๊ะๆ
           อาจทำโม pre-final ก่อน
           แล้วเอาไปเขียนแบบ แล้วค่อยใส่
           materials ลงไปในโมไฟนอล
           และตกแต่งฐานโมภายหลัง
วันพฤหัส  จะเขียนแบบ สลับกับทำเฮด เพื่อจะไม่เครียดเกินไป
        ต้องมีกราฟฟิคสีสันเข้ามาช่วยบ้าง
วันศุกร์    ยังคงเขียนแบบต่อ อันนี้ทำเพจคอนเส็ปไปด้วย
        แผนเดิม เพื่อให้ไม่เครียดเกินไป
วันเสาร์   เขียนแบบเก็บเนี๊ยบ วาดเปอร์ ลงสีต่างๆ
        และทำเพจพรีเซนต์แผ่นเล็ก เก๋ๆ
วันอาทิตย์  เก็บรายละเอียดงานทุกอย่างครั้งสุดท้าย
        นอนหลับให้เต็มอิ่ม แล้วตื่นมาส่งงานให้ทัน!

อ้อ อย่าลืมเตรียมพรีเซนต์วันอื่นหลังจากส่งงานแล้วด้วย

แค่นี้เองงงงงงงงงงง
ถ้าเราทำตามแผนการได้ก็จะสบาย!!!!

สู้สู้ สู้ตาย แค่โปรเจคแรกของปีสองเอง
เราต้องทำได้
ขอแค่มั่นใจและรักในงานของเรา
เราก็มีแรงกายแรงใจที่จะทำงานของเราต่อไป
เพราะมันเป็นงาน  ข อ ง  เรา
งานที่เราคิดขึ้นมา งานที่เราออกแบบด้วยตัวเราเอง
งานที่เราทุ่มเทเวลาให้กับมันมามาก

เราต้องเริ่มต้นด้วยความรักในงานของตัวเองก่อน
I LOVE MY WORK!

baffles in the reverb chamber

Guggenheim Museum

posted on 01 Jul 2009 21:27 by kamplew  in ARCHITECTURAL



Guggenheim Museum ออกแบบโดย Frank Lloyd Wright สถาปนิกชาวอเมริกาชื่อดังระดับโลก
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถาปัยกรรมแนวโมเดิร์น ภายในมีไว้จัดแสดงงานศิลปะยุคโมเดิร์น
แฟรงค์ออกแบบพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้มีแรมพ์ (ทางลาด) เวียนรอบขึ้นไป เพื่อให้สำหรับเดินชมงานศิลปะ
โดยในการชมงานนั้นจะต้องเดินวนลงแรมพ์จากชั้นบนสุดลงมา โดยจะเดินลงอย่างสบายๆ
ค่อยๆดูงานเพลินๆลงมา ตามความชันที่เหมาะสม นี่เป็นอีกหนึงตัวอย่างที่สถาปนิกที่ดีควรคำนึงถึง
สัดส่วนและการใช้งานของมนุษย์

ตรงกลางของอาคารมีการออกแบบคล้ายๆกับหน้าต่างใต้ท้องเรือ (Porthole) เพราะจะมีช่องแสงอยู่ด้วย
ตรงกลางหลังคาถูกออกแบบให้เป็นโดมและเจาะช่องแสงตรงกลาง เพราะบริเวณผนังจะใช้แสดงภาพ
จึงเลี่ยงการเจาะช่องหน้าต่างบนผนังไปเป็นข้างบนหลังคาแทน สถาปนิกต้องรู้จักพลิกแพลง
และฉวยปัญหาให้เป็นงานดีไซน์เก๋ๆ

ขอขอบคุณคลาสเลคเชอร์ของอาจารย์ในคณะสถาปัตย์ มช.
ที่ทำให้เราสนใจอยากศึกษาเจ้ามิวเซียมแห่งนี้ให้มากขึ้น
บอกตรงๆว่าเราสนใจวีธีการคิดสำหรับเดินชมภาพที่จัดแสดงของแฟรงค์มากๆ
พอมาวิเคราะห์ดีๆแล้วทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วการออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ฟอร์มและ
ความงามอย่างเดียว แต่เราต้องคำนึงถึงการใช้สอยจริงๆของมนุษย์
เพราะสถาปัยกรรมล้วนสร้างขึ้นมาเพื่อมนุษย์
 
ขอบคุณรูปภาพจาก กูเกิ้ล และเว็ปอ้างอิงบนภาพต่างๆค่ะ







Guggenheim Museum Architectural Model

Frank Lloyd Wright + Solomon R. Guggenheim Museum






Solomon R. Guggenheim Museum

The Solomon R. Guggenheim Museum in New York City.[Credits : © Index Open]

Mechanical Repeat

posted on 01 Jul 2009 21:19 by kamplew  in INSPIRATIONS

Katina Huston
Mechanical Repeat

Bay Area artist Katina Huston has played many roles, from university professor to bike messenger. Bicycles remain a key inspiration for her elegant drawings: placing bikes on mylar, she projects light through them to form shadows which she then renders in twenty or more shades of ink. In this new group of drawings, Mechanical Repeat (her second solo show in Seattle), chance shadows serve as a graphic record of experience, while repeated wheels, chains and gears are layered to examine how people make meaning. Recurring images build up compelling force: in one, bikes build up with the chaotic force of a tidal wave; in another, the same elements move forward in orderly procession suggesting forward movement.

media: Ink on mylar

Katina Huston. Tsunami Heap, 2008. Ink on mylar. Diptych, 36 x 72 inches each. $13,000

Katina Huston. Dissolve, 2006. Ink on mylar. 36 x 86 inches. $8000

Katina Huston. Dynamo, 2008. Ink on mylar. 36 x 36 inches. $4500

Katina Huston. Reverberation (Downward Curve), 2008. Ink on mylar. 18 x 24 inches. $1500

Katina Huston. Dissemble, 2008. Ink on mylar. 50 x 45 inches. $5000

Katina Huston. Reverberation (Upward Curve), 2008. Ink on mylar. 18 x 24 inches. $1500

Katina Huston. Stable Interrupt, 2008. Ink on mylar. 60 x 36 inches. $6500

Katina Huston. Mandala (Concentric Rings), 2008. Ink on mylar. 42 x  47 inches. $6000

Katina Huston. Mechanical Repeat I, 2008. Ink on mylar. 36 x 36 inches. $4500

Katina Huston. Mechanical Repeat II, 2008. Ink on mylar. 36 x 40 inches. $4500

Katina Huston. Reverberation, 2008. Ink on mylar. Diptych, 24 x 18 inches each. $3000

thanks for http://www.davidsongalleries.com/artists/huston/huston.php

Dubai Opera House and Cultural Center

posted on 01 Jul 2009 20:56 by kamplew  in ARCHITECTURAL

ช่วงนี้จะสนใจสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อให้งานเกี่ยวกับ'เสียง'
เป็นพิเศษ เพราะโปรเจ็คกลางภาคของเรา (ที่จะส่งในอีกไม่กี่อาทิตย์
และยังไม่ได้แบบีท่แน่นอนเลย!!!!) เกี่ยวข้องกับคีเวิร์ดสามคำ
หนึ่งในนั้นคือคำว่า 'ฟัง'

งานชิ้นนี้ดูจากฟอร์มของตัวสถาปัยกรรมก็น่าจะพอเดาได้เลยว่า
ต้องเป็นงานของ Zaha Hadid สถาปนิกเจ้าแม่ ฟรีฟอร์ม ที่สุดแสนจะโฉบเฉี่ยว
อาคารหลังนี้ได้แนวคิดหลักของฟอร์มมาจากภูเขา หรือเนินทราย
ที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและลักษณะภูมิประเทศของดูไบ


zha_dubai-opera-house_sq.jpg

zha_dubai-opera-house2.jpg

zha_dubai-opera-house3.jpg

zha_dubai-opera-house.jpg

zha_dubai-opera.jpg

zha_dubai-opera-house_int.jpg

 

happiest smoothie ;)

posted on 27 Jun 2009 22:42 by kamplew  in HappyFood

เมื่อหลายวันก่อนไปกินสมูตตี้ที่ร้านไอเบอร์รี่ สาขาเชียงใหม่
(ที่โด่งดังมากกกกกก ของพี่โน้ต-อุดม กับแฟนเค้า)
แน่นอนว่าเรื่องบรรยากาศ ดีไซน์ และการแต่งร้านนั้น
อยู่ในระดับเก๋เวอร์อย่างไม่ต้องพูดถึง

แต่ที่ประทับใจเรามากที่สุด
(ทั้งๆที่ไปกินมาหลายครั้งแล้วแต่กลับไม่เคยสั่งเมนูนี้เลย)
คือ สมูตตี้ ของที่นี่ เข้ววววว!!!!!
รับรองว่าทุกเมนูสมูตตี้สั่งแล้วจะไม่ผิดหวังเลย
ถึงจะแก้วละ 80 บาท แต่คุณภาพคับแก้ว
กินไปกินมาเพื่อนเราก็ทักว่า
เครื่องปั่นสมูตตี้ที่นี่มันสุดยอดจะแปลกใหม่อลังการมากเลย
ถึงว่าทำไมเนื้อสมูตตี้ถึงละเอียดนุ่มลิ้นละลายในปากอย่างนี้น้ะ!

แล้วที่แก้วสมูตตี้ก็น่ารักมากๆ
มันมีข้อความเขียนไว้อย่างนี้ ;)

คำเตือน : ระวังอ่านแล้วจะยิ้มกริ่ม

Photobucket

บางทีในยุคเศรษฐกิจปั่นป่วนการเมืองแปรผัน
เราคงต้องหาความสุขจากสิ่งเล็กๆรอบตัวเรา

ขอให้ ชิวว์ และ มีความสุขกันจนล้นแก้วเลยนะ
แก้มปลิว

คู่มือเด็กสถาปัตย์.๑

posted on 27 Jun 2009 22:41 by kamplew  in TectAdvice

อยากจะสารภาพว่าตั้งแต่วันที่สามของการเปิดเทอมมา
ไม่มีวันไหนที่เรา "ว่าง" อีกเลย!
ชีวิตของเด็กคณะสถาปัตกรรมศาสตร์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ชีวิตที่ทำงานดึก นอนตอนเช้า เหมือนค้างคาวบวกหมีแพนด้า
ชีวิตที่เวลาเรียนนอกห้องเรียนหนักว่าเวลาเรียนในห้อง
ชีวิตที่ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกอย่างเอามาใช้ในงานดีไซน์
ชีวิตที่ไม่แน่นอน บางเวลาอยู่ๆไอเดียก็พุ่งปรี๊ดออกมา
แต่บางเวลาคิดสามวันสามคืนก็คิดไม่ออก มาถึงทางที่สมองตีบตัน
(เพราะขอบตาดำ)

ถึงชีวิตเราจะไม่เหมือนกับเด็กคณะอื่น
แต่เราก็ "รัก" ที่จะมีชีวิตแบบนี้



และนี่คือคู่มือเล็กๆน้อยๆกับทุกคนที่เป็นเด็กสถาปัตย์
และที่อยากเป็นเด็กสถาปัตย์

ปล. ล่วงหน้า ณ ปัจจุบันตอนนี้
      เราก็ยังคิดงานไม่ออก  แต่สมองมันตันจนต้องเขียนอะไรออกมาสักอย่างจริงๆ
      อย่างที่รู้กันว่า ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล....

วันนี้ขอนำเสนอสิ่งของจำเป็นในการอยู่รอดในคณะสถาปัตย์
๑. อาหารแห้งทุกประเภทที่สามารถกินได้เลย
    เช่น มาม่าคัพ โจ๊กคัพ
    มาม่าซองก็ของช้างน้อยที่เชคๆแล้วกินแห้งได้เลย
    ขนมปัง เบเกอรี่ทุกประเภท
    ทูน่าสเปด (แต่จะเสียเวลาทำเล็กน้อย)

๒. เครื่องดื่มชูกำลัง และ.หรือ แอลกอฮอล์(เฉพาะบุคคล)
     เช่น นม นมถั่วเหลือง น้ำหวานต่างๆ กระทิงแดง เอ็มร้อย
     แอลกอฮอล์สำหรับบางคน
     อย่างเรากินเบียร์แล้วจะตาสว่าง มีแรงฟิตในการทำงาน สมองปรอดโปร่ง
     แต่อย่ากินเยอะเป็นอันขาด!!!!!!!!!!!

๓. ที่คาดผม  เอาไว้คาดผมเหนี่ยวๆมันๆเวลาเขียนแบบถึงตีสาม
๔. ไอพอด  ฟัง เพื่อสร้างสมาธิ และไม่หลับ
๕. น้ำเปล่า ดื่มเยอะๆ จะช่วยให้สดชื่นเปร่งปรั่งจริงๆ
๖. น้ำหอม!!!  อันนี้สำคัญมากกกก เวลาที่เราไม่อาบน้ำก็มีนี่แหละที่ช่วยดับกลิ่น
    ฉีดมันเข้าไป ทั้งเสื้อที่ใส่มาหลายวัน ทั้งยีนส์ที่ใส่มาหลายอาทิตย์ ฉีดเท่านั้น!
๗. อาหารเสริม อาหารบำรุงทุกชนิดดดดดดดดดด
     เอาไว้กินตอนทำโปรเจค ถ้าใครไม่อยากโทรมนะ ขอเตือน

ตอนนี้ว่าแล้วเราก็ขอตัวไปโดฟของกินข้างต้นและคิดแบบต่อก่อนนะ
สู้เค้าเพื่อนถาปัด!

แก้มปลิว

เคยเป็นไหม เวลาที่อ่านหนังสือดีๆจบสักเล่มแล้วอยากแบ่งปันให้คนที่เรารักอ่าน?

วันนี้เป็นวันที่สองแล้วที่เราอ่านหนังสืออยู่บ้านโดยไม่ได้อาบน้ำ
และไม่ได้กินมื้อเช้า
ไม่ใช่สิ มื้อเช้าของเราวันนี้คือ น้ำเปล่าสามแก้ว กับช็อคโกแลตหนึ่งชิ้น

สองวันมานี้เป็นวันที่อากาศดีมาก
เม็ดฝนที่ตกตอนมืดทำให้อากาศช่วงเช้าเย็นสบาย ชุ่มชื่นชุ่มฉ่ำ
จนอยากนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงตลอดทั้งวัน

หนังสือเล่มล่าสุดที่เราอ่านจบภายในสองชั่วโมง
เป็นนวนิยายเรื่อง เป็นประกาย (Kirakira) เขียนโดย เอคุนิ คาโอริ

Photobucket

ถึงเราจะอ่านจบไปตั้งแต่เมื่อวาน
แต่อารมณ์มันยังคงต่อยอดมาถึงวันนี้
ทั้งๆที่เนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องแบบไม่ซ้บซ้อน ง่ายๆ
ใช้ตัวละครเพียงไม่กี่ตัวในการดำเนินเรื่อง
แต่สิ่งที่ยังตึดตรึงใจของเราก็คือ ภาษา อารมณ์
และความละเมียดละไม ของผู้เขียน
อ่านแล้วจึงให้ความรู้สึกเติมอิ่มกับความสุขอย่างบอกไม่ถูก

วันนี้เรากินข้าวควบสองมื้อ คือมื้อเช้าและมื้อกลางวัน
มันจึงออกมาเป็นอาหารชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า ข้าวผัดกุ้งมันไก่นึ่ง
คือ ข้าวมันไก่ ของมื้อเช้า รวมกับ ข้าวผัดกุ้งของมื้อกลางวัน
ตอนที่กำลังกินอยู่นั้นเราก็นึกถึงหนังสือเล่มนี้
ถ้า เอคุนิ เป็นคนเขียนฉากที่นางเอกกำลังกินข้าวผัดมันกุ้งไก่นึ่งอยู่นั้น
เธอคงใช้ภาษาที่ละเอียดปราณีต
และทำให้เรื่องเล็กๆธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดานี้น่าสนใจขึ้นมาเป็นกอง

นี่คือตัวอย่างที่สุดแสนจะเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาษา
และความน่ารักใส่ใจที่เธอเขียนในหนังสือของเธอ

อยากแนะนำหนังสือของ เอคุนิ คาโอริ ทุกๆเล่ม ให้ทุกคนได้อ่านจริงๆนะ


แล้วเช้าวันนี้เราก็เดินมาหยิบนวนิยาย'เป็นประกาย'ออกมาจากชั้น
วางไว้ที่โต๊ะวางทีวี และตั้งใจว่าเย็นนี้เมื่อพ่อกลับมจะส่งต่อให้พ่ออ่าน...